ในที่สุดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯก็มีความชัดเจนเกี่ยวกับอนาคตของเรือพิฆาตชั้น ซูมวอลต์ ที่ก่อนหน้านี้กองทัพเรือสหรัฐฯได้เรียกร้องหลายครั้งหลายคราให้ดำเนินการปรับปรุงและติดตั้งอาวุธด้วยขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง เนื่องจากระบบอาวุธของ ซูมวอลต์ ในปัจจุบันติดปัญหาเรื่องแพลตฟอร์มท่อยิงไม่รองรับขีปนาวุธดังกล่าว เพนตากอนคาดหวังว่าหลังการปรับปรุงซูมวอลต์ ทั้ง 3 ลำ ( 2 ลำเข้าประจำการแล้ว อีก 1 ลำอยุ่ระหว่างการทดสอบ ) วอชิงตันจะมีอำนาจทางทะเลเหนือคู่แข่งมากขึ้น

มหากาพย์การเลือกใช้อาวุธสำหรับ ซูมวอลต์ มีมานานกว่าสิบปีแล้ว เดิมทีการออกแบบได้ออกแบบมาเพื่อใช้งานด้วยปืนใหญ่ โดยแต่ละลำจะทำการติดตั้งปืนรางแม่เหล็กไฟฟ้าจำนวน 2 กระบอก อย่างไรก็ตามเอาเข้าจริงโครงการนี้กลับล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากปืนชนิดนี้จำเป็นต้องใช้พลังงานทั้งหมดจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่มีอยู่บนเรือ ทำให้ระบบเครือข่ายทุกอย่างจะกลายเป็นอัมพาตทันทีในการยิงแต่ละครั้ง ที่สำคัญในแง่ของความคุ้มค่าเมื่อวัดจากประสิทธิผลที่ได้รับแล้วถือว่าไม่คุ้มอย่างยิ่งสำหรับเรือรบติดปืนใหญ่ที่มีค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาลเช่นนี้

เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวพวกเขาจึงได้ตัดสินใจติดตั้งปืนใหญ่ก้าวหน้า (AGS) ขนาด 155 มม. สองกระบอกซึ่งมีระยะยิงไกลถึง 148 กิโลเมตร ด้วยกระสุน LRLAP ที่มีความแม่นยำสูง  สามารถยิงเป้าหมายชายฝั่งหรือในหุบเขาได้โดยที่เกิดความเสียหายต่อบริเวณรอบข้างน้อยมาก  

อย่างไรก็ตามพวกเขากลับเจอปัญหาใหม่อีก คือราคาลูกปืนที่แพงมหาศาลมากกว่า 800,000 ดอลลาร์ต่อหนึ่งลูก  ไม่เพียงแค่นั้น ภาพรวมของโครงการทั้งหมดล้วนแต่มีราคาที่ต้องจ่ายแพงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้แผนประจำการที่วางไว้ถูกลดจำนวนลง ดังนั้นความกังวลต่างๆจึงตกไปอยู่ที่บรรดาผู้นำกองทัพเรือ

ขณะเดียวกันเรือพิฆาตสุดทันสมัยที่แพงแสนแพงชั้นนี้กลับไม่มีอาวุธอะไรที่สมเหตุสมผลเลยแม้แต่น้อย ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบเรือลาดตระเวนชั้นติคอนเดอโรกา ราคาหนึ่งพันล้านเหรียญต่อลำ ที่สามารถบรรทุกขีปนาวุธโทมาฮอว์กได้  122 ลูกแล้ว เรือพิฆาตที่ทันสมัยที่สุดในโลกที่มีราคามากกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ แต่ติดตั้งจรวดโทมาฮอว์กได้แค่ 80 ลูก จึงดูไร้เหตุผลอย่างสิ้นเชิง

นอกจากปัจจัยข้างต้นแล้ว การตัดสินใจดังกล่าวยังมาจากการท้าทายของรัสเซียและจีนที่ขณะนี้ต่างก็กำลังพัฒนาอาวุธไฮเปอร์โซนิกอย่างจริงจัง ซึ่งอเมริกาเองก็รับคำท้าด้วยการลงมือพัฒนาอาวุธไฮเปร์โซนิกของตนบ้างเช่นกัน โดยจะทำการทดสอบภายในสิ้นปีนี้ ขีปนาวุธดังกล่าวมีรหัสว่า IRCPS  สามารถเข้าถึงความเร็วได้มากกว่า 5 มัค โจมตีเป้าหมายได้ 3-4 พันกิโลเมตร ซึ่งเรือดำน้ำนิวเคลียร์ชั้นเวอร์จิเนียจะรับหน้าที่ในการติดตั้งใช้งานขีปนาวุธเหล่านี้  ขณะที่เรือพิฆาต ซูมวอลต์ ก็จะถูกปรับปรุงเพื่อรับภารกิจนี้ด้วยเช่นกัน โดยจะติดตั้งใช้งานกับรุ่นโจมตีบนบก

อย่างไรก็ตามเพนตากอนก็ยังมีปัญหาให้ต้องขบคิดในเรื่องนี้ต่อไปอีก นักออกแบบต้องเผชิญกับคำถามอันยุ่งยากเกี่ยวกับตำแหน่งที่จะติดตั้งขีปนาวุธชนิดใหม่นี้ เนื่องจากท่อยิงแนวดิ่งที่ติดตั้งอยู่เดิมรองรับลูกจรวดที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางได้ไม่ถึง 28 นิ้ว ขณะที่ IRCPS มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางอย่างน้อย 30 นิ้ว ซึ่งตัวเลือกในการแก้ปัญหาทั้งหมดที่นำมาพิจารณานั้น รวมไปถึงการถอดปืนใหญ่ AGS 155 มม. แล้วติดตั้งระบบท่อยิงนี้เข้าไปแทน

บรรดาผู้นำกองทัพของอเมริกาเชื่อว่าเรือ ซูมวอลต์ หลังจากปรับปรุงแล้ว จะทำให้มันกลายเป็นเรือรบที่สร้างความเกรงขามให้กับศัตรูด้วยอาวุธความเร็วสูงที่ยิงได้ไกล และเต็มไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัย ซึ่งจะเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อฝ่ายตรงข้าม โดยผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่าการที่วอชิงตันติดสินใจปรับปรุง ซูมวอลต์ มีเหตุผลหลักๆมาจากจีนมากกว่าใครๆ

นายไบรอัน คลาร์ก นักวิจัยอาวุโสของสถาบันฮัดสันในเครือของเพนตากอน กล่าวว่า  เรือนี้สามารถปฏิบัติการณ์ได้ดีในบริเวณแปซิฟิกตะวันตก พวกมันสามารถโจมตีเป้าหมายบนแผ่นดินจีนได้โดยมีความเสี่ยงน้อยที่จะถูกโจมตีกลับด้วยขีปนาวุธ ขณะเดียวกันเรือดำน้ำของเราที่ติดตั้งขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกก็ยากแก่ตรวจพบ สามารถใช้ติดตามเรือพิฆาตของศัตรูได้ สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยในการยับยั้งและข่มขวัญศัตรูได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทางการจีนจะต้องคิดเป็นร้อยๆ ครั้งก่อนจะตัดสินใจทำอะไรเมื่อเห็นเรือเหล่านี้ใกล้ชายฝั่ง “

คลาร์ก เสริมว่า เรือพิฆาต 3 ลำ ที่มีอยุ่นั้นเพียงพอสำหรับการใช้เฝ้าระวังใกล้น่านน้ำของจีน ซึ่งถ้าหากจำเป็น เรือจะสามารถเข้าสู่ทะเลจีนใต้และยิงใส่เป้าหมายในจีนได้ไม่ยาก

นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาตัวเลือกอื่นๆ สำหรับภารกิจของ ซูมวอลต์ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญบางคนโดยเฉพาะ พลเรือเอก ไมค์  กิลดี เห็นว่า สหรัฐฯมีเรือรบติดขีปนาวุธมากเพียงพออยู่แล้ว จะเป็นการดีกว่าถ้าจะนำงบประมาณมาจัดหาเรือดำน้ำติดตั้งขีปนาวุธไฮเปร์โซนิกลำใหม่ๆเพิ่มเติม ส่วนเรือ ซูมวอลต์ ซึ่งมีโรงไฟฟ้าที่ทรงพลัง ควรนำมาติดตั้งอาวุธเลเซอร์เพื่อให้เป็นเรือป้องกันภัยทางอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับคุ้มกันกองเรือ

ขณะที่นายไบรอัน แมคเกรท หัวหน้าหน่วยงานที่ปรึกษาด้านความมั่นคง ได้เสนออีกแนวคิดว่า ควรถอดอาวุธออกเกือบทั้งหมด แล้วติดตั้งระบบควบคุมการรบแบบบูรณาการครบวงจรหรือเอจิส กับระบบควบคุมเรือและอากาศยานไร้คนขับเข้าไปแทน ซึ่งแนวคิดนี้กำลังจะได้รับการทดสอบในต้นเดือนหน้าโดยกองเรือแปซิฟิกของสหรัฐฯ ที่กำลังจะทำการซ้อมรบด้วยโดรนขนาดใหญ่  ซึ่งหากแนวคิดดังกล่าวได้รับการอนุมัติ จะทำให้กองทัพเรือสหรัฐฯมีเรือรบล่องหนเอนกประสงค์ที่ทันสมัยที่สุดในโลก

เรือพิฆาต ซูมวอลต์ ได้ทำการเปิดตัวในปี 2007 จากการสร้างด้วยงบประมาณที่สภาคองเกรสจัดสรรให้ในเบื้องต้น 2.6 พันล้านดอลลาร์ (สำหรับการสร้างเรือ 2 ลำ) ซึ่งกองทัพเรือสหรัฐวางแผนสร้างเข้าประจำการทั้งหมด 32 ลำ อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายของโครงการกลับบานปลายจนต้องปรับแผนลดลงเหลือ 24 ลำ และปรับลดลงอีกเหลือ 7  ลำ และสุดท้ายได้สร้างจริงเพียง 3 ลำ ในราคาเฉลี่ยลำละ 4.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

อันเดรย์ โกตส์

https://ria.ru/20210330/zumvalt-1603332321.html

By Ivan