เครื่องบินสังเกตุการณ์ทางอากาศ Tu-214 ของรัสเซีย

นิโคลัย ปราตารารอฟ: หลังจากการยกเลิกสนธิสัญญา Open Skies หรือ “ดอน (ДОН) โดยการเริ่มต้นของฝ่ายสหรัฐฯ ทำให้รัสเซียตัดสินใจเปลี่ยนเครื่องบินสังเกตการณ์ Tu-214ON  เป็นสถานีเรดาร์ลอยฟ้าระยะไกลที่ทรงพลัง ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจการณ์ที่ทันสมัย ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ทั้งหมด

เครื่องบินสังเกตการณ์ Tu-214ON “ตุชกี” ลำแรกได้ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเมื่อปี 2011 และอีกสองปีต่อมาก็ได้เข้าร่วมในกองทัพอากาศรัสเซียโดยผ่านการรับรองจากนานาชาติ (เครื่องบินประเภทนี้ใช้สำหรับภารกิจการบินสังเกตการณ์เหนือน่านฟ้าชาติอื่น ดังนั้นจึงมีการกำหนดสเป็กร่วมกันจากชาติที่อยู่ในสนธิสัญญา)

อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นอเมริกากลับพยายามกีดกันไม่ให้รัสเซียบินสังเกตการณ์เหนือน่านฟ้าของตนโดยไม่ได้แจ้งเหตุผลให้ทราบ ซึ่งภายหลังได้แจ้งว่าจำเป็นต้องมีการตรวจสอบอุปกรณ์บนเครื่องบินของรัสเซียใหม่

Tu-214ON ได้ทำการบินครั้งแรกและครั้งเดียวในดินแดนของสหรัฐฯเมื่อเดือนเมษายน 2019 โดยเดินทางจากสนามบิน “เราส์กรานส์” ไปยังรัฐโคโลราโด นิวเม็กซิโก และเท็กซัส ที่นั่นพวกเขาได้ทำภารกิจตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างทางทหารขนาดใหญ่หลายรายการ เช่น ฐานยิงขีปนาวุธพิสัยไกล White Sands ,ฐานทัพ Fort Bliss ,ห้องปฏิบัติการระดับชาติใน Sandia และ Los Alamos รวมทั้งโกดังเก็บสารเคมีใน Pueblo

เครื่องบินสังเกตุการณ์ทางอากาศ OC-135B ของอเมริกา

Tu-214ON ได้เข้าประจำการในช่วงเวลาที่สหรัฐฯทำการคว่ำบาตรรัสเซีย ยิ่งกว่านั้นวอชิงตันยังได้สร้างข้อกำหนดที่เข้มงวดขึ้นมามากมายขึ้นสำหรับมอสโก พวกเขาห้ามบินในระดับต่ำเหนือวอชิงตัน และจำกัดพื้นที่เหนือหมู่เกาะฮาวาย หมู่เกาะอะลูเชียน และปฏิเสธที่จะให้ทีมผู้สังเกตการณ์ของรัสเซียพักค้างคืนในอเมริกา

ต่อมาเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2020 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศนำพาสหรัฐฯถอนตัวจากข้อตกลงดังกล่าวโดยให้เหตุผลว่ารัสเซียทำการละเมิดข้อตกลงหลายครั้งหลายครา กระทั่งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา มอสโกก็ได้เข้าสู่กระบวนการถอนตัวจากสนธิสัญญาเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตามหลังการถอนตัว รัสเซียประกาศว่าจะไม่ปล่อยเครื่องบินทิ้งไว้โดยไร้ประโยชน์ แต่จะติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมและเปลี่ยนเป็นเครื่องบินลาดตระเวนที่มีความสามารถสูงในการตรวจสอบความปลอดภัยของสิ่งปลูกสร้างทางทหาร ติดตามประเมินผลการทดสอบอาวุธต่างๆ และตรวจสอบประสิทธิภาพการซ้อมรบของกองทัพ

นายวลาดิเมียร์ วีร์บา นักออกแบบทั่วไปของศูนย์วิศวกรรมวิทยุ “เวก้า”  หนึ่งในนักพัฒนาอุปกรณ์สำหรับ Tu-214ON กล่าวว่าระบบที่ติดตั้งบนเครื่องบินดังกล่าวมีความสามารถพิเศษในด้านการตรวจสอบอากาศ

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกมันมีประโยชน์ต่อกองทัพในการแก้ปัญหาในงานต่างๆ เช่นการตรวจสอบกองทหาร สิ่งปลูกสร้าง ทำแผนที่ และการประเมินสถานการณ์น้ำแข็ง”

ขณะที่เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมามีรายงานว่าเครื่องบินสังเกตุการณ์ลำหนึ่งได้ขึ้นบินพร้อมกับความสามารถใหม่ๆ เที่ยวบินดังกล่าวได้ทำการตรวจสอบการพรางตัวของอุปกรณ์ทางทหารบนชายฝั่งแหลมไครเมีย ครัสโนดาร์ ฐานทัพเรือเซวาสโตโพล และโนโวรอสซีสค์ นอกจากนั้นยังได้ทดสอบความสามารถของระบบป้องกันทางอากาศในการตรวจจับเป้าหมายในโหมดระบุตำแหน่งแบบพาสซีฟ

“วีร์บา” ระบุว่าอุปกรณ์วิทยุของ Tu-214ON นั้นคล้ายกับของเครื่องบินลาดตระเวน Tu-214R รุ่นล่าสุด เพียงแต่มันมีสเปกที่ต่ำกว่าเนื่องจากเงื่อนไขของสนธิสัญญา

“นอกจากอุปกรณ์ถ่ายภาพทางอากาศแล้วยังมีอุปกรณ์เฝ้าระวังอย่างอื่น อาทิ เรดาร์ตรวจจับด้านข้าง อุปกรณ์ส่งสัญญาณภาพและอินฟาเรต”

“การออกแบบเรดาร์ได้เพิ่มความสามารถที่สูงขึ้นกว่าเดิมสี่ถึงหกเท่า” นักออกแบบกล่าว

กล้องดิจิทัลออนบอร์ดของ Tu-214ON สามารถกำหนดตำแหน่งของวัตถุได้อย่างแม่นยำตลอดทั้งฟิลด์ โดยแสดงผลตามเวลาจริงและตามมาตราส่วนที่ผู้ปฏิบัติงานกำหนด

“การถ่ายภาพดิจิทัลทางอากาศขึ้นอยู่กับการรับส่งเฟรมที่แตกต่างกันในแต่ละช่องสัญญาณ ซึ่งหลังจากประมวลผลแล้วจะให้ภาพที่มีความแม่นยำสูงหลายเลเยอร์ คุณสามารถผสมผสานดูเลเยอร์ใดก็ได้”

นอกจากนี้นักพัฒนายังได้ยืนยันว่า สามารถสร้างเครื่องบินขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดายตามข้อกำหนดใหม่ๆโดยไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษใดๆ 

พลอากาศตรีวลาดิเมียร์ ปาปอฟ นักบินผู้มีชื่อเสียง กล่าวว่า Tu-214ON ตามข้อตกลง มีอุปกรณ์สำหรับถ่ายภาพภูมิประเทศ ทำแผนที่ กำหนดจุดอ้างอิง ตรวจจับและระบุวัตถุจากรูปถ่าย และอุปกรณ์ออปโตอิเล็กทรอนิกส์ โดยการรับส่งข้อมูลได้ถูกกำหนดให้ส่งตามช่องทางที่กำหนด

“ระหว่างการปรับปรุงเห็นได้ชัดว่าพวกมันสามารถเพิ่มมิตรหรือศัตรูเข้าไปในระบบ และสามารถส่งข้อมูลไปยังศูนย์คำสั่งกองกำลังภาคพื้นดินหรือศูนย์ควบคุมการบินได้อัตโนมัติ ซึ่งระบบนี้ไม่มีใน Tu-214ON ” นายพลปาปอฟกล่าว

ส่วนการประเมินบทบาทของเครื่องบินต่างๆ ปาปอฟย้ำว่าจำเป็นต้องคำนึงถึงพัฒนาการลาดตระเวนทางอากาศที่เพิ่มขึ้น

“ การลาดตระเวนทางอากาศเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรายงานสถานการณ์ก่อนการโจมตี”

“ การสังเกตการณ์อย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งจำเป็นนอกเหนือจากการโจมตีแบบฉับพลัน  ปัจจุบันนักบินหลายคนชอบบินด้วยอุปกรณ์รับสัญญาณ GPS ซึ่งอุปกรณ์ต่างๆเหล่านี้ มีโอกาสที่จะไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง”

ปาปอฟได้ยกตัวอย่างปฎิบัติการพายุทะเลทรายซึ่งอเมริกาได้ตั้งค่าลดความแม่นยำของระบบ GPS ที่กองทัพอิรักใช้ในการเล็งขีปนาวุธ ทำให้เกิดการยิงพลาดเป้าเป็นประจำ

พวกเขาพยายามโทษอาวุธยุทโธปกรณ์ของสหภาพโซเวียตและเรียกร้องการชดใช้ แต่เมื่อผู้เชี่ยวชาญจากสหภาพโซเวียตเดินทางไปทำการตรวจสอบกลับสามารถหาสาเหตุได้อย่างรวดเร็ว และเมื่อใช้วิธีคำนวณพิกัดของเป้าหมายด้วยตนเองแล้วขีปนาวุธก็ยิงถูกเป้าหมายอย่างแม่นยำ

https://ria.ru/20210320/samolet-1601969425.html

By Ivan