ผู้นำตุรกีกล่าวว่าจะเดินหน้าจัดซื้อระบบป้องกันขีปนาวุธ S-400 ของรัสเซียต่อไป แม้ว่าจะเผชิญกับการคัดค้านอย่างรุนแรงจากวอชิงตันก็ตาม 

ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อ CBS News ระหว่างที่มีการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในมหานครนิวยอร์กเมื่อ์อาทิตย์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีเรจิป ตายิป แอร์โดกาน ของตุรกีได้ยืนยันว่าจะจัดซื้อซื้อระบบ S-400 เพิ่มเติม 

ในปี 2017 อังการามอสโกได้ลงนามซื้อขายระบบขีปนาวุธต่อสู้อากาศยาน S-400 ต่อกัน ทำให้สหรัฐฯกำหนดมาตรการคว่ำบาตรต่ออุตสาหกรรมการป้องกันประเทศของตุรกี พร้อมทั้งเรียกร้องให้อังการาละทิ้งสัญญาดังกล่าวในเวลาต่อมา 

แอร์ดากานได้บอกกับสื่อว่า “ไม่มีใครสามารถแทรกแซงการจัดหาระบบป้องกันของเราได้ ไม่ว่าจะเป็นประเทศใด และระดับใด” 

ผู้นำตุรกียังกล่าวอีกว่า เขาได้อธิบายทุกอย่างให้ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ฟังแล้วว่า เป็นเพราะวอชิงตันปฏิเสธที่จะขายระบบแพทริออตให้แก่ตุรกี อังการาจึงต้องหันไปหาระบบของรัสเซีย 

“เราตัดสินใจซื้อเครื่องบิน F-35 และจ่ายเงินไปถึง 1.4 พันล้านดอลลาร์ แต่ยังไม่ได้รับเลยสักลำ” 

“ใครจะช่วยแบกรับความเสี่ยงเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยของเราล่ะ? และเราจะใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัยท่ามกลางความเสี่ยงเหล่านี้ได้อย่างไร? เราควรจะคาดหวังว่าจะได้รับระบบป้องกันจากประเทศที่ปฏิเสธที่จะขายให้เรา่อย่างนั้นหรือ” 

ก่อนหน้านั้นอังการาได้ลงนามจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ F-35 จากอเมริกา แต่ถูกฝ่ายบริหารของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯระงับการส่งมอบ เพื่อตอบโต้การจัดหาระบบ S-400 จากรัสเซีย โดยอเมริกาได้ระบุว่า ระบบ S-400 ของรัสเซียจะเป็นอันตรายต่อเครื่องบินรบ F-35 ถ้าหากมีการใช้งานร่วมกัน 

วอชิงตันให้เหตุผลว่าระบบ S-400 จะทำการบันทึกข้อมูล F-35 อย่างละเอียด ซึ่งจะทำลายความได้เปรียบเรื่องระบบล่องหนของมัน. 

By Ivan