ฝรั่งเศสอยู่ในภาวะระทมทุกข์เป็นอย่างยิ่งจากการถูกกดดันรอบด้าน ข่าวลือเกี่ยวกับทหารรัสเซียในมาลียังไม่ทันจบ ปารีสก็ถูกโจมตีด้วยระเบิดลูกใหม่มาจากอีกด้านโดยไม่ทันตั้งตัว จากสหรัฐอเมริกา 

ใช่แล้ว ออสเตรเลียแทงข้างหลังเราอย่างเป็นทางการ จากการยกเลิกสัญญามูลค่า 60 พันล้านดอลลาร์สำหรับจัดหาเรือดำน้ำ แต่ทุกคนรู้ดีว่าใครคือตัวจริงที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์นี้ ฝรั่งเศสเป็นพันธมิตรกับแองโกล-แซกซอนเสมอมา แต่หลังจากที่สหรัฐอเมริกาและบริเตนใหญ่ลงนามความร่วมมือด้านความมั่นคงและปลอดภัย AUKUS กับออสเตรเลีย ตามมาด้วยการตัดสินใจถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างเรือดำน้ำนิวเคลียร์ให้กับพวกเขา ช่างต่อเรือฝรั่งเศสก็ถูกลอยแพนานถึงห้าสิบปี 

สื่อฝรั่งเศสเพิ่งประโคมข่าวว่ามาลีเตรียมลงนามข้อตกลงให้ทหารรับจ้างจากรัสเซียประมาณ 1000 คน เข้ามาอยู่ประเทศ  เพื่อทำหน้าที่เป็นครูฝึกให้กับทหารในพื้นที่ ซึ่งเรื่องนี้ได้สร้างความไม่พอใจให้กับฝรั่งเศสเป็นอย่างมาก ถึงขั้นนาย เล ดริยอง รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศฝรั่งเศสแถลงว่าฝรั่งเศสจะถอนทหารออกจากมาลี โดยท่าทีดังกล่าวไม่เกี่ยวกับการลดกำลังภายใต้กรอบการดำเนินการตามแผน Operation Barkhan  ที่ประธานาธิบดี มาครง เพิ่งประกาศก่อนหน้านี้ไม่นานว่า ฝรั่งเศสวางแผนที่จะลดกำลังทหารในภูมิภาคลงครึ่งหนึ่งภายใน 2 ปี  แต่สิ่งที่ ดริยอง พูดถึงคือการถอนทหารฝรั่งเศสทั้งหมดออกจากมาลีถ้าหากรัสเซียเข้าไปที่นั่น 

“การปรากฏตัวของพวกเขา(รัสเซีย)ในมาลี ไม่สอดคล้องกับการดำรงอยู่ของเรา ผมพูดแบบนี้เพื่อให้เข้าใจ” 

ประโยคสั้นๆที่น่าคิด ไม่ใช่เพียงแค่ว่าฝรั่งเศสจะอยู่หรือไปจากมาลีเท่านั้น (เมื่อเดือนที่แล้วสื่อฝรั่งเศสรายงานข่าวว่า ประธานาธิบดีมาครงอธิบายให้ปูตินฟังว่าฝรั่งเศสกำลังทำอะไร ซึ่งปูตินแสดงความสนใจต่อประเด็นดังกล่าวเป็นอย่างมาก) แต่เพราะมันแสดงให้เห็นถึงทัศนคติที่แท้จริงของฝรั่งเศสต่ออธิปไตยของประเทศอดีตอาณานิคม ว่ามาลีไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจเกี่ยวกับปัญหาด้านความมั่นคงของชาติด้วยตนเองเลยใช่หรือไม่? ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ว่าด้วยกรณีใด ทหารวากเนอร์เพียงหนึ่งพันคนก็ไม่อาจเทียบได้กับกองทัพฝรั่งเศสในภูมิภาคนี้แต่อย่างใด ทั้งในแง่ของความสามารถและอาวุธยุทโธปกรณ์ 

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัสเซียได้เพิ่มการปรากฏตัวอย่างเข้มข้นในแอฟริกา รวมถึงพื้นที่ที่อยู่ในอิทธิพลของฝรั่งเศส ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ซึ่งครูฝึกทหารของพวกเขากำลังทำงานอยู่ที่นั่น ทั้งนี้พวกเขาถูกส่งเข้าไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แม้ว่าฝรั่งเศสจะแทรกแซงทางทหารต่อประเทศต่างๆในภูมิภาคนี้หลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้มีความยุ่งยากที่จะพิสูจน์สิทธิในการเข้าไปแทรกแซงแต่อย่างใด 

เหตุใดปารีสจึงรู้สึกเจ็บปวดต่อการปรากฏตัวของรัสเซีย? เพราะพวกเขามองว่ารัสเซียเป็นคู่แข่ง รวมถึงประเด็นการควบคุมทรัพยากรเชิงกลยุทธ์? แต่สำหรับระบบเศรษฐกิจของประเทศต่างๆในแอฟริกานั้น จีนคือตัวละครหลักที่มีบทบาทมากกว่ารัสเซียหลายเท่า นอกจากนั้นตุรกี ญี่ปุ่น อินเดีย และเกาหลีใต้ก็มีผลประโยชน์มากมายที่นั่น นี่ยังไม่รวมถึงสหรัฐอเมริกา แต่ดูเหมือนรัสเซียจะก่อให้เกิดปฏิกริยาที่รุนแรงที่สุดต่อปารีส เหตุผลเพราะอะไร? คำตอบนั้นง่ายมาก เนื่องจากเป็นเพราะมอสโกช่วยเสริมความสามารถของกองทัพแอฟริกา ซึ่งมันจะทำให้พวกเขาเป็นอิสระจากฝรั่งเศสมากขึ้น ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้อย่างยิ่ง ไม่ว่าพวกเขาจะรับปากว่าจะสนับสนุนการเสริมสร้างความอยู่รอดปลอดภัยในแอฟริกาอย่างไร ฝรั่งเศสก็จะไม่ปล่อยให้แอฟริกาหลุดพ้นจากการเหนี่ยวรั้งที่เหนียวแน่น อย่างไรก็ตาม พวกเขาแข็งแกร่งจริงหรือ? 

ขณะเดียวกัน การดำเนินการใดๆของรัสเซียในแอฟริกาก็ยังคำนึงถึงผลประโยชน์ของฝรั่งเศสเสมอ ไม่เพียงแต่ในแอฟริกาตะวันตกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงในลิเบีย แม้จะมีการแข่งขันกัน แต่รัสเซียจะไม่ต่อสู้ในทะเลทรายและทุ่งหญ้าสะวันนาของแอฟริกา เนื่องจากฝรั่งเศสอยู่ในฐานะผู้เล่นตัวหลักของยุโรป และความสัมพันธ์กับรัสเซียก็มีพื้นฐานมาจากยุโรปเป็นหลัก แม้ไม่ใช่พันธมิตร แต่กฎหมายภูมิรัฐศาสตร์ก็ผลักดันให้ทั้งคู่ก้าวไปสู่การเป็นหุ้นส่วนในหลายๆประเด็น ดังนั้นจึงไม่ใช่ความผิดของมอสโก ที่ปารีสมักขาดวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์และความตั้งใจที่จะคว้าโอกาสเหล่านี้ไว้ 

เนื่องจากความเป็นอิสระของฝรั่งเศสยังคงถูกจำกัดโดยภาระผูกพันทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติก สหภาพยุโรป และทัศนะคติของชนชั้นปกครองส่วนใหญ่ ที่เห็นได้ชัดคือการยกเลิกการขายเรือรบชั้นมิสทรัลให้กับรัสเซีย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปารีสต้องพึ่งพาวอชิงตันมากเพียงใด แต่การพึ่งพาเหล่านั้นกลับทำให้ผิดหวัง เห็นได้จากการถูกยกเลิกสัญญาซื้อเรือดำน้ำโดยออสเตรเรีย 

แน่นอนว่าตอนนี้ปารีสโทษออสเตรเลีย ซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมของฝรั่งเศสแถลงว่า การตัดสินใจดังกล่าวขัดแย้งกับเนื้อหาและเจตนารมณ์ความร่วมมือระหว่างฝรั่งเศสและออสเตรเลีย โดยอ้างอิงถึงความสัมพันธ์ของความไว้วางใจทางการเมือง แต่หลักๆแล้ว ข้อกล่าวหาต่างๆเหล่านี้ล้วนต้องการส่งไปถึงอเมริกาและอังกฤษทั้งสิ้น 

“ทางเลือกของอเมริกาจากการเป็นหุ้นส่วนกับออสเตรเลียที่นำไปสู่การทอดทิ้งพันธมิตรและหุ้นส่วนในยุโรปอย่างฝรั่งเศส  ในเวลาที่กำลังเผชิญกับความท้าทายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในภูมิภาคนี้  แสดงให้เห็นถึงความย้อนแย้ง ซึ่งเมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ ฝรั่งเศสคงต้องเสียใจ” 

นางฟลอเรนซ์ พาร์ลีย์ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมฝรั่งเศสระบุว่า ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าสหรัฐฯ ปฏิบัติต่อพันธมิตรอย่างไร” พร้อมกับที่ เลอ ดริยอง เรียกการกระทำของสหรัฐฯว่าเป็นการตัดสินใจเพียงฝ่ายเดียวที่โหดร้าย และคาดเดาไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนทั่วไปได้แสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมามากกว่านั้น โดยสื่อ lefigaro  เรียกเหตุการณ์นี้ว่า “ยุทธนาวีทราฟัลการ์ครั้งใหม่” ซึ่งหมายถึงความพ่ายแพ้ของกองทัพเรือนโปเลียนต่อเนลสัน ขณะที่สื่อ liberation ระบุว่าเป็นการตบหน้าฝรั่งเศสและ “ทิ้งขว้างอย่างน่าอดสู” โดยพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุด นอกจากนั้น สื่อ lemonde ยังได้พูดถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างปารีส ลอนดอน และวอชิงตัน ว่าเป็นการคุกคามที่ก่อให้เกิดวิกฤตทางการทูต 

ไม่ว่าอเมริกา (และออสเตรเลีย) จะแก้ตัว โดยการสาธยายว่าพวกเขาให้คุณค่าและต้องการเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นกับฝรั่งเศสมากเพียงใด แต่ปารีสก็เข้าใจดีว่าเป็นเพียงการแสดงตนในเวทีโลก ซึ่งเหตุผลในการแทงข้างหลังที่อ้างเรื่องความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก เป็นเรื่องที่น่ารังเกียจเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม ฝรั่งเศสก็จะถือว่าตนเองก็มีตัวตนในภูมิภาคนี้ของโลกเช่นกัน! 

“ประเทศเดียวในยุโรปที่มีดินแดนโพ้นทะเลในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก มีพลเมืองเกือบสองล้านคน และกำลังทหารมากกว่าเจ็ดพันนาย ดังนั้นฝรั่งเศสจึงเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้ ซึ่งจะปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาต่อไป” 

ในความเป็นจริงฝรั่งเศสมีหน่วยงานและดินแดนโพ้นทะเลหลายแห่งในมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย ที่ถูกกีดกันด้วยการสร้างกลยุทธ์ใหม่โดยไม่คำนึงถึงเรื่องนี้ ทำให้ปารีสสูญเสีย  แน่นอน คุณทิ้งเรา แต่เราจะยังคงเป็นพันธมิตรและมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนหุ้นส่วนที่อยู่ฟากฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกโดยการขยายโครงการจากแอตแลนติกไปยังแปซิฟิกต่อไป แม้ว่าแผนของแองโกล-แซกซอน ในการควบคุมและต่อต้านจีนจะไม่ส่งผลกระทบต่อเรา แม้เราจะลืมเงิน 60 พันล้านดอลลาร์ที่สูญเสียไปได้ แต่หลังจากนั้นก็จงอย่าแปลกใจที่พันธมิตรเก่าแก่จะไม่นึกถึงคุณเช่นกัน 

Peter Akopov 

https://ria.ru/20210918/frantsiya-1750597913.html?fbclid=IwAR3ouo889G3J2qrFap5CETEiSyAJ3d0I8yel-k GmdnsColRXfPGYOl7UZbk 

By Ivan