รถถังต้นแบบ A-32

กลางเดือนมีนาคม 1940  “T-34” หนึ่งในรถถังที่ดีที่สุดในสงครามโลกครั้งที่ 2 และตำนานที่ยิ่งใหญ่ ได้ออกเดินทางจากโรงงานคาร์คอฟมุ่งหน้าไปยังมอสโก  โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่สนามทดสอบ “กูบินกา”เพื่อทำการสาธิตแก่ผู้นำสตาลิน และเมื่อสตาลินได้เห็นมัน เขาถึงกับอุทานต่อหน้าบรรดาแขกผู้เข้าร่วมชมว่า “นี่แหละ! คือนกนางแอ่น ของหน่วยยานเกราะเรา”

**หมายเหตุ** คำว่านกนางแอ่น หรือ “ลัสตัชกา” มาจากสำนวนคำในภาษารัสเซียคำว่า” เปียรวายา ลัชตัชกา” (первая ласточка) แปลว่า ผู้เบิกทาง หรือผู้นำทาง ซึ่งเทียบเคียงกับคำไทยได้คล้ายๆกับคำว่า “หัวหอก” ในที่นี้คำพูดของสตาลิน สื่อความหมายได้ว่า “นี่คือ” หัวหอก”ของหน่วยยานเกราะเรา”

T-34  เป็นรถถังขนาดกลางรุ่นใหม่ที่สร้างขึ้นตามหลักสรีระศาสตร์ที่เหมาะสม มันมีมุมลาดเอียงที่พอดี แผ่นเกราะที่ไม่หนาจนเกินไปสามารถต้านทานปืนใหญ่ต่อต้านรถถังได้อย่างมีประสิทธิภาพ การออกแบบได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 1937 ที่โรงงานคาร์คอฟ หมายเลข 183 โดยทีมวิศวะกร “กาแบ-24” (КБ-24) ภายใต้การนำของ มิคาอิล กอชกิน พวกเขาใช้เวลาเพียง 2 ปีในการออกแบบและสร้างเครื่องต้นแบบขึ้นมาหลังจากที่ กอชกิน เพิ่งรับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าได้ไม่นาน

ทีมวิศวกรของ “กาแบ-24”  ได้แสดงทรรศนะต่อนักออกแบบคนอื่นๆและผู้นำกองทัพหลายคนว่า โครงการรถถังล้อ A-20   ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี (รถถังล้อ คือรถถังที่วิ่งได้ 2 ระบบ ด้วยสายพานตีนตะขาบและล้อที่ปราศจากสายพานในสภาพพื้นผิวที่แตกต่างกัน ซึ่งได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในเวลานั้น)    เพื่อพิสูจน์เรื่องนี้พวกเขาได้สร้างรถถังตีนตะขาบโดยสมบูรณ์ขึ้นมาหนึ่งคันภายใต้ชื่อรหัส A-32 ซึ่งต่อมามันได้สร้างความประทับใจให้กับกองทัพเป็นอย่างมาก

25 กันยายน 1939 คณะกรรมาธิการกองทัพแดงมีมติเบื้องต้นยอมรับรถถังทั้ง 2 แบบ คือ A-32 และ A- 20 แต่ความชื่นชอบของพวกเขาได้เอนเอียงไปทาง A-32 มากกว่า ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ไม่กี่วันต่อมาคณะกรรมาธิการได้มีคำสั่งให้สร้างต้นแบบ A-32 ขึ้นมาอีก 2 คัน เพื่อทำการทดสอบในกองทัพภายใต้รหัสเรียกขานใหม่ว่า A-34 อย่างไรก็ตาม ภารกิจต่อไปไม่ใช่แค่เพียงการทดสอบทางทหารเท่านั้น แต่ยังต้องสาธิตให้สตาลินชมอีกด้วย

หลังจากสร้างเสร็จ รถถังต้นแบบทั้ง 2 คันได้ทำการทดสอบหลายครั้ง ตัวเลขบนมาตรวัดแสดงให้เห็นว่าต้นแบบคันแรกผ่านการทดสอบมาแล้วเป็นระยะทาง 1350 กม. และคันที่สอง  950 กม. เวลานั้นทหารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทดสอบต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่ามันเป็นรถถังที่ดีที่สุดซึ่งผู้นำสตาลินจะต้องประทับใจในประสิทธิภาพของมันอย่างแน่นอน

รถถัง A-34 ขณะตะลุยหิมะหนา 1.5 เมตร ในฤดูใบไม้ผลิปี 1940

4 มีนาคม 1940  พลโท กริกอรี กูลิก รัฐมนตรีช่วยกลาโหมได้รับรายงานผลการทดสอบขั้นสุดท้าย และนำเรียนผลการทดสอบต่อไปยังจอมพล คลิเมนท์ โวโรชิลอฟ รัฐมนตรีกลาโหม จากการนำเรียน โวโรชิลอฟ ได้สั่งให้หยุดการทดสอบ และเตรียมเดินทางไปมอสโกเพื่อทำการสาธิตต่อผู้นำสตาลิน

2 วันหลังจากมีคำสั่งให้เสร็จสิ้นการทดสอบ การเดินทางไปมอสโกก็ได้เริ่มขึ้น ระยะเวลาเดินทางถูกกำหนดไว้  5 วัน คณะเดินทางประกอบด้วย มิคาอิล กิชกิน หัวหน้านักออกแบบ:  พันเอก ปลาตัน ชีรนีเยฟ ผู้บังคับกองกำลังรถถังเขตคาร์คอฟ: ไอแซก บีเทนสกี ,นิโคลัย โนสิก พลขับทดสอบผู้เชี่ยวชาญ: วิซีลีย์ ดีอูกามอฟ ,อีวาน คุซเนทซอฟ ,อิลยา กาลาลาบอฟ ,อีวาน นาสติกา ทีมวิศกร: และทหารคุ้มกันอีกเล็กน้อย  ทั้งหมดเดินทางไปพร้อมกับรถถัง A-34 จำนวน  2 คัน และรถบรรทุกตีนตะขาบ (วาราชือโลวิสท์) 2 คัน  คันหนึ่งบรรทุกเชื้อเพลิงและอะไหล่ไปเต็มลำ ส่วนอีกคันถูกจัดให้เป็นรถโดยสารสำหรับคณะเดินทาง

รถถังต้นแบบ A-34 ทำการตะลุยหิมะและธารน้ำที่สนามฝึกกูบินกา เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 1940

ระหว่างการเดินทางบนผืนหิมะใกล้เบลโกรอด รถถังต้นแบบคันหนึ่งเกิดเสียขึ้นมาจนต้องเรียกช่างโรงงานมาซ่อมก่อนจะเดินทางต่อจนถึงมอสโก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างความกังวลให้กับ ยูริ มักซาเรฟ ผู้อำนวยการโรงงานรถถังที่ 183 คาร์คอฟ ว่ารถจะเกิดปัญหาระหว่างการสาธิตต่อหน้าผู้นำสตาลิน งานนี้ มักซาเรฟ ได้แนะนำทีมงานว่า หากไม่มั่นใจให้พวกเขาขอยกเลิกการสาธิต A-34 และนำรถกลับโรงงาน แต่ มิคาอิล กอชกิน หัวหน้าวิศวะกร ผู้คลุกคลีกับการออกแบบสร้างสรรค์ A-34 ทุกขั้นตอน ได้ยืนยันที่จะทำการสาธิตต่อไป

17 มีนาคม 1940 เวลา 17.00 น. ขบวนทดสอบได้นำรถเข้าตรวจสภาพที่โรงงานรถถังหมายเลข 37 ในมอสโก (หนึ่งในโรงงานรถถังที่สำคัญ ผู้สร้าง T-38 ,T-40 ,T-60 และ T-70) เพื่อทำการตรวจสภาพเช็คความพร้อมก่อนการสาธิต

การทดสอบเกิดขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม 1940 ที่สนามทดสอบกูบินกา ข้างในสนามมีแต่บรรดาผู้นำโซเวียตและเจ้าหน้าที่ความมั่นคง NKVD มีเพียงกอชกิน และ พลขับอีก 2 คนเท่านั้น (ไอแซก บีเทนสกี ,นิโคลัย โนสิก)   ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปภายในสนามทดสอบ  พวกเขาทำการทดสอบหลายสถานี ทั้งการเอาชนะสิ่งกีดขวาง ลุยน้ำ ลุยหิมะ แต่ที่สำคัญคือการยิงใส่ต้นแบบ T-34 ด้วยปืนต่อต้านรถถัง ขนาด 37 มม. และ 45 มม. ซึ่งมันสามารถเอาชนะได้ทุกภารกิจและโดยไม่เกิดปัญหาใดๆ อย่างไรก็ตามจากการทดสอบยิงด้วยปืนต่อต้านรถถังผู้นำกองทัพได้ลงความเห็นว่าควรเพิ่มความหนาของเกราะขึ้นกว่าเดิมอีกเล็กน้อย

ต้นแบบรถถัง A-34 คันที่สอง ระหว่างการทดสอบในฤดูใบไม้ผลิปี 1940

30 มีนาคม 1940 ต้นแบบของ A-34 ทั้ง 2 คัน ถูกนำเสนอต่อเลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหภาพโซเวียต (ЦК ВКП) โดยการบรรยายของกอชกิน งานนี้สตาลินได้ทำการตรวจดูรอบๆรถถังอย่างละเอียดถี่ถ้วนและถามคำถามมากมายกับกอชกิน ขณะที่ โวโรชิลอฟ รัฐมนตรีกลาโหม ได้ปีนขึ้นไปดูถึงข้างบนและส่องเข้าไปดูข้างในรถ ส่วน วยาชิสลาฟ มาลูเชฟ รัฐมนตรีอุตสาหกรรม นั้น ดูละเอียดถึงขึ้นมุดตัวเข้าไปภายในรถ

หลังจากการนำเสนอ ได้มีการแสดงการทดสอบประสิทธิภาพอีกครั้ง ซึ่งทุกขั้นตอนได้สร้างความประทับใจให้กับผู้นำโซเวียตเป็นอย่างมาก ตอนนี้เองที่สตาลินได้เอ่ยปากให้ฉายามันว่า  “นกนางแอ่น” พร้อมทั้งสั่งการให้เริ่มผลิตให้กับกองทัพทันที ภายใต้ชื่อใหม่ว่า T-34

2 เมษายน 1940 ระหว่างเดินทางกลับจากการสาธิตที่มอสโก มิคาอิล คอชกิน ได้เป็นไข้หวัดอย่างรุนแรงและเกิดอาการปอดบวมอย่างรวดเร็วจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น จากนั้นอาการของเขาได้ทรุดลงเรื่อยๆและเสียชีวิตในวันที่ 26 กันยายน 1940 เป็นเวลาเพียง 6 เดือนหลังจากการนำเสนอผลงานอันยิ่งใหญ่ซึ่งเป็นภารกิจสุดท้ายของเขา.

ต้นแบบรถถัง A-34 คันที่สอง ขณะทดสอบลุยโคลน เมื่อฤดูใบไม้ผลิปี 1940

 (Источник информации – портал История.РФ, https://histrf.ru/biblioteka/b/stalinskiie-lastochki-kak-rukovodstvo-sssr-poznakomilos-s-tankom-t-34)

By Ivan