มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายเกี่ยวกับสิ่งที่รัสเซียสามารถทำได้ถ้าตะวันตกเพิกเฉยต่อคำขาดของรัสเซีย ทั้งหมดทั้งมวลผมจะขอกล่าวถึงในตรงนี้ แต่ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่า นี่ไม่ใช่การวิเคราะห์ทุกสิ่งทุกอย่าง แต่เป็นเพียงบางส่วนจากความเห็นส่วนตัวและที่ได้ยินได้ฟังมา


อันดับแรกต้องเข้าใจก่อนว่าปูตินเป็นคนที่คาดเดาได้อยู่บ้างในบางเรื่อง  แต่ในขณะเดียวกันก็มีมากมายที่ไม่อาจคาดเดาได้ สิ่งที่คาดเดาได้เกี่ยวกับปูตินก็คือ เขาจะใช้กำลังเมื่อไม่มีทางเลือกเท่านั้น แต่สิ่งที่คาดเดาไม่ได้อย่างยิ่งเกี่ยวกับปูตินก็คือ เขาจะใช้กำลังอย่างไร และที่ไหน? อย่างที่เห็น ณ ตอนนี้ เขาไม่ได้เข้าไปยุ่งอะไรกับดอนบาสอย่างที่หลายคนคิด ขณะเดียวกันเขาก็ไม่ไฟเขียวให้ LDNR ขยายพื้นที่ไปถึงมารูอูปัล ซึ่งไม่ต้องพูดถึงพื้นที่ส่วนอื่นๆของยูเครน แต่อย่างไรก็ตาม ตอนเขาส่งทหารเข้าไปในซีเรียและตอนยึดไครเมียก็ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนั้นในการประเมินสิ่งที่ปูตินจะทำต่อจากนี้ต้องระลึกไว้เสมอว่า ความขัดแย้งนี้มีทั้งคาดเดาได้และคาดเดาไม่ได้ ดังนั้นการนำอาวุธนิวเคลียร์ไปติดตั้งที่คาลินินกราดและเบลารุสจึงไม่ใช่ทางเลือกเดียวสำหรับรัสเซีย



ประการที่สอง รัสเซียจะไม่มีวันทำสงครามรูปแบบเดียวกัน ทั้งกับยูเครน ยุโรป นาโต หรืออเมริกา มีเพียงคนโง่เท่านั้นที่จะจงใจก่อให้เกิดสถานการณ์ที่อาจนำไปสู่สงครามนิวเคลียร์ ซึ่งรัสเซียมีตัวเลือกอื่นอีกมากมายกว่านั้น

ประการที่สาม ในทศวรรษ 1960 สหภาพโซเวียตนำขีปนาวุธไปติดตั้งในคิวบาก็เพื่อบังคับให้สหรัฐฯถอนขีปนาวุธออกจากตุรกี แต่วันนี้รัสเซียไม่มีความจำเป็นต้องทำเช่นนั้น อาวุธโจมตีของรัสเซียทั้งนิวเคลียร์และแบบธรรมดา สามารถเข้าสู่สหรัฐอเมริกาได้จากแทบทุกที่ของโลก รวมทั้งจากรัสเซียด้วย ดังนั้น การสร้างฐานทัพในคิวบา เวเนซุเอลา หรือนิการากัว ผมจึงคิดว่าไม่เหมาะสมและไม่ใช่เรื่องที่ควรทำด้วยซ้ำ

ประการที่สี่ กองกำลังภาคพื้นดินของรัสเซียที่อยู่ใกล้ชายแดนรัสเซีย-ยูเครน ณ ขณะนี้ เป็นกองกำลังป้องกัน ซึ่งมีหน้าที่หลักในการหยุดยั้งการโจมตีภาคพื้นดินของยูเครนต่อ LDNR (กองกำลังยูเครนก็วางกำลังในจำนวนใกล้เคียงกัน) ดังนั้นอย่าคิดว่ารัสเซียจะส่งรถถังเข้าสู่เคียฟในเร็วๆ นี้ ยิ่งไปกว่านั้น ทำไมรัสเซียต้องแทรกแซงอย่างเต็มตัวในเมื่อทั้งยูเครนและสหภาพยุโรปกำลังฆ่าตัวตายทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมือง สังคม หรือแม้กระทั่งจิตวิญญาณอย่างเห็นได้ชัด

ประการที่ห้า โรงละครแห่งสงครามไม่ได้มีแค่ในยุโรปเท่านั้น อย่าลืมว่าจีนและรัสเซียตอนนี้เป็น มากกว่าพันธมิตรอย่างเป็นทางการต่อกัน ซึ่งรัสเซียสามารถขายยุทโธปกรณ์บางอย่างให้กับจีนได้ ขณะเดียวกันก็ยังสามารถชี้เป้ากองกำลังสหรัฐฯให้กองทัพจีนได้ทุกที่ในแปซิฟิก ทั้งอย่างเปิดเผยและโดยลับๆ

ประการที่หก รัสเซียมีความได้เปรียบอย่างมากต่อสหรัฐฯและนาโตในเรื่องสงครามอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ระดับยุทธวิธีไปจนถึงระดับยุทธศาสตร์ โดยสามารถดำเนินการได้อย่างง่ายดายและส่งผลกระทบที่รุนแรง ขณะที่นาโตไม่มีอะไรจะโต้ตอบ ข้อมูลจากการใช้งานที่ตะวันออกกลางพบว่า มันสามารถขัดขวางและปลอมแปลงสัญญาณ GPS ได้ครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาค

ประการที่เจ็ด เราไม่ควรสรุปว่ารัสเซียสามารถตอบโต้ได้เพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น เพราะนี่เป็นความคิดที่ผิดพลาด ยกตัวอย่างเช่น รัสเซียสามารถทำอะไรกับเยอรมนีได้ไม่น้อยกว่าที่ทำกับยูเครน การระงับโครงการท่อส่งก๊าซ “นอร์ธสตรีม2” ไม่ว่าจะชั่วคราวหรือถาวร จะส่งผลกระทบต่อรัสเซียเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากราคาน้ำมันตอนนี้แตะเพดานขึ้นไปอยู่ในระดับสูงแล้ว ในทางตรงกันข้ามมันจะกลายเป็นโทษประหารสำหรับเศรษฐกิจของเยอรมันเอง โดยเฉพาะภาคการส่งออก ดังนั้นการระงับ “นอร์ธสตรีม2”  อย่างไม่มีกำหนด (จริง ๆ แล้วเป็นการชั่วคราว) จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดและอาจเป็นวิธีเดียวที่จะดึงชาวเยอรมันผู้เพ้อฝันกลับมาสู่โลกแห่งความจริง

ประการที่แปด รัสเซียอาจหยุดขายพลังงานให้สหรัฐฯ ใช่แล้ว, คุณฟังไม่ผิด สหรัฐฯเองก็นำเข้าพลังงานจำนวนมากจากรัสเซียเช่นกัน และถ้าหากเราตัดสินใจที่จะยกเลิกสิ่งนี้ สถานะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จะยิ่งได้รับผลกระทบมากขึ้นไปอีก ผมยังสงสัยอยู่ว่าสหรัฐฯ จะหันไปหาเวเนซุเอลาหรืออิหร่านได้เหรอ?  ถึงตอนนั้นไบเดนคงต้องปล่อยทุนสำรองบางส่วนของสหรัฐบ้างแล้วล่ะ

ประการที่เก้า รัสเซียสามารถปิดน่านฟ้าของตนไม่ให้ทุกประเทศของนาโตบินผ่าน ผมกำลังพูดถึงการบินพลเรือน รัสเซียมีน่านฟ้าที่แพงที่สุดในโลก และเมื่อใดก็ตามที่ปิดน่านฟ้าไม่ให้ตะวันตกบินผ่าน จะเกิดความโกลาหลทั้งในอากาศภาคพื้นดินทั้งหมดทันที เพราะน่านฟ้าของรัสเซียนั้นยิ่งใหญ่มาก

ประการที่สิบ ทุกคนทราบดีว่ารัสเซียมีข้อได้เปรียบเหนือประเทศอื่นๆ ในเรื่องของการป้องกันทางอากาศเป็นอย่างมาก และเมื่อรวมกับความได้เปรียบในเรื่องสงครามอิเล็กทรอนิกส์บวกกับระบบควบคุมการต่อสู้อัตโนมัติแล้ว นั่นหมายความว่ารัสเซียสามารถติดตั้งโดมอิเล็กทรอนิกส์ครอบคลุมไม่เพียงแค่เหนือทะเลบอลติกหรือทะเลดำเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมทั่วยูเครนหรือทั่วภูมิภาคหลักของตะวันออกกลาง ซึ่งนาโตและสหรัฐกังวลต่อสิ่งนี้มาก

ประการที่สิบเอ็ด รัสเซียสามารถสร้าง LDNR เป็นรัฐอธิปไตยได้อย่างง่ายดายด้วยขั้นตอนไม่กี่อย่าง ซึ่งแต่ละอย่างล้วนได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีทั้งในดอนบาสและรัสเซีย เครมลินสามารถทำได้โดยไม่ต้องส่งทหารเข้าไปแม้แต่คนเดียวหรือเสียกระสุนสักนัดเลยด้วยซ้ำ จากนั้นก็คอยดูว่าเคียฟสามารถทำอะไรได้บ้าง ส่วนตัวผมคิดว่ายูเครนทำอะไรได้ไม่มาก แต่ถ้าเกิดพวกเขาทำอะไรขึ้นมา รัสเซียก็จะประกาศเขตห้ามบินเหนือดอนบาสพร้อมออกคำเตือนว่า การโจมตีใด ๆ ใน LDNR จะนำไปสู่การตอบโต้ด้วยกำลังทางทหาร และหากยูเครนยังคงดื้อดึงต่อไป กองทัพแนวหน้าของยูเครนจะถูกทำลาย จากนั้นกองกำลังที่เหลือของยูเครนก็จะสูญเสียความสามัคคีและแตกกระจัดกระจายจากผลกระทบของการโจมตีโดยรัสเซีย

ประการที่สิบสอง แทบจะไม่เคยมีรายงานในตะวันตกเลยว่า บ่อยครั้งที่ยูเครนได้ลงมือก่อวินาศกรรมใน LPNR หรือแม้กระทั่งในรัสเซีย และจนถึงขณะนี้รัสเซียก็ไม่เคยตอบโต้ใดๆ แต่อย่าลืมว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่ “ตักฟิรีสม์” (นักรบอิสลามหัวรุนแรง) ทำการระเบิดอาคารหลายหลังในรัสเซีย ซึ่งตามมาด้วยสงครามเชเชนครั้งที่ 2 และส่งผลให้ตักฟีรีสม์ ในเชชเนียถูกกำจัดอย่างสมบูรณ์ โดยที่บรรดานักวิเคราะห์ตะวันตกต่างมองว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้สำหรับรัสเซียในตอนนั้น จนถึงตอนนี้ FSB ก็ยังสามารถป้องกันการโจมตีจากยูเครนได้ทุกครั้ง แต่ถ้าเมื่อไหร่การโจมตีสำเร็จแม้เพียงครั้งเดียว เมื่อนั้นหายนะของเคียฟก็จะมาถึง

อันดับที่สิบสาม ยูเครนกำลังสร้างฐานทัพเรือนาโตขึ้นในหลายพื้นที่ รวมทั้งในทะเลอาซอฟ ซึ่งตามแผน (ของจอห์นสันและเซเลนสกี้) กำหนดไว้ภายในสองปี คุณลองนึกภาพดูสิว่า มันจะง่ายแค่ไหนที่รัสเซียจะปล่อยให้จอห์นสันและเซเลนสกี้ ต่อเลโก้ให้เสร็จก่อนแล้วแล้วค่อยจัดการ

ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นเพียงบางส่วน แต่ผมค่อนข้างแน่ใจว่ามีตัวเลือกอื่นๆอีกมากมายที่ผมคิดไม่ถึง

การยื่นคำขาดที่แข็งกร้าวของรัสเซียระบุว่า “เราจะตอบโต้ด้วยวิธีทางการทหารหรือเทคนิคทางการทหารบางอย่าง” แต่อย่างไรก็ตาม ในคำพูดไม่ได้ระบุว่าบางอย่างนั้นคืออะไร แต่ผมพนันได้เลยว่าไม่ใช่อย่างเดียวแน่นอน แต่มันจะมีหลายอย่างและมีขั้นตอนที่ค่อยเป็นค่อยไปซึ่งจะสร้างความกดดันให้กับสหรัฐฯ ยุโรป และนาโต้เป็นอย่างมาก

จำไว้เลยว่าแม้สหรัฐฯ อาจจะยื่นข้อเสนอต่อรองหรือโต้แย้งอะไรก็ตาม แต่ก็ไม่มีคำขู่ใดที่น่าเชื่อถือได้สักเท่าไหร่นัก ดังนั้นจากพื้นฐานความสมดุลที่ไม่เท่าเทียมกันของทั้งสองฝ่าย เราสามารถส่งคำขู่ที่น่าเชื่อถือได้มากกว่า ขณะที่สหรัฐฯจะไม่สามารถพูดอะไรให้เคลมลินเกรงกลัวได้มากนัก

จากนี้ไปเกมนี้จะไม่ยาก รัสเซียจะค่อยๆเปิด “นาฬิกาแห่งความเจ็บปวด” และมาดูกันว่าสหรัฐฯ จะรับมืออย่างไร จีนก็เช่นเดียวกัน ทั้งรัสเซียและจีนมีการประสานงานกันอย่างระมัดระวังอยู่เสมอ

ผมคิดว่าสหรัฐฯ จะปล่อยให้ชาวยุโรปออกแรงอย่างเต็มที่และมอบความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งตอบแทน ในขณะที่ความสนใจเพียงสิ่งเดียวของพวกเขาคือผลประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น แต่เมื่อไหร่ที่อเมริการู้สึกว่าเริ่มเสียเปรียบ พวกเขาก็จะเจรจากับทั้งรัสเซียและจีน และเมื่อถึงตอนนั้นรัสเซียและจีนก็จะชนะ

รัสเซียจะเปิด “นาฬิกาแห่งความเจ็บปวด” เมื่อไหร่?

คาดว่าจะเริ่มในอนาคตอันใกล้นี้ เว้นแต่อเมริกาจะแสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่เป็นรูปธรรม ไม่เพียงแต่สำหรับการเจรจาที่สร้างสรรค์เท่านั้น แต่ยังต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วด้วย ซึ่งปูตินได้ย้ำเมื่อไม่นานนี้ว่า รัสเซียจะไม่ทนรอต่อความล่าช้าใดๆ

สำหรับตอนนี้ ดูเหมือนว่าสหรัฐฯ จะเริ่มยื่นข้อเสนอแก่มัสกวา ซึ่งถ้าหากเป็นคำขาดที่ไร้สาระก็หมายความว่าเข็มนาฬิกากำลังมาถึงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่หากไบเดนจริงจังและกำลังแสดงสัญญาณที่จับต้องได้ให้เห็น และพิสูจน์ได้ว่าวอชิงตันพร้อมเจรจา รัสเซียก็อาจรอได้อีกหน่อย อาจจะประมาณหนึ่งเดือน หรือนานกว่านั้นสักหน่อย แต่ไม่ใช่หลายเดือนหลายปีแน่นอน เพราะนาฬิกากำลังเดินไม่หยุด สหรัฐฯจึงต้องเร่งตาม อย่างน้อยเดือนมีนาคมควรได้ข้อสรุปแล้ว

ผมจะจบบันทึกอย่างคนที่มองโลกในแง่ดี เพราะไบเดนเคยทำให้ผมประหลาดใจอย่างน้อยครั้งหนึ่งหรือสองครั้งมาแล้ว บางทีเขาอาจจะทำอีกครั้ง  แม้บรรดานักวิเคราะห์ในรัสเซียส่วนน้อยจะเชื่อว่า “ซัลลิแวน” คือตัวแทนของความมีสติสัมปชัญญะในการบริหารของสหรัฐฯ เรารู้ว่านายพลมิลลีย์ ไม่ต้องการเสี่ยงต่อการโจมตีจากจีน (ซึ่งมีขีดความสามารถน้อยกว่าเรามาก)  หากพวกเขาเลือกที่จะป้องกันสงครามกับรัสเซีย บางทีอาจมีเสียงที่มีเหตุผลมากกว่านี้ในสหรัฐฯ  บางทีสหรัฐอาจจะทำแบบเดียวกับรัสเซียและพยายามทำเพื่อซื้อเวลาสำหรับการถอย มันดีกว่าการทำสงครามเต็มรูปแบบ นอกจากนี้เรายังตระหนักดีถึงกลยุทธ์ที่อาจล่าช้า ดังนั้นปูตินจึงยื่นคำขาดของเขาต่อไป โดยเชื่อมโยงกับกรอบเวลาที่เฉพาะเจาะจง ถ้าประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีสติจะคิดได้ว่านี่ไม่ใช่การบลัฟฟ์ใดๆจากปูติน.

https://zen.yandex.ru/media/ulyanov/otnyne-igra-prosta-rossiia-postepenno-vkliuchit-ciferblat-boli-i-posmotrit-kak-ssha-spravitsia-s-etim-61c5f3514d08f2221db1db98

By Ivan