ปี 2017 รัสเซียได้เริ่มพัฒนาเครื่องบินขึ้นลงทางดิ่งรุ่นใหม่ เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายยูริ บาริซอฟ รองนายกฯ ได้กล่าวในงาน Army-2018 ว่าระยะเวลาอยู่ภายใต้กรอบโครงการอาวุธของรัฐ ดังนั้นคาดว่าเครื่องบินน่าจะเข้าสู่สายการผลิตภายใน 7-10 ปี และจะประจำการบนเรือบรรทุกเครื่องบินในอนาคต ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญมองว่างานนี้น่าจะเสร็จในเวลาไม่นาน เนื่องจากเป็นการต่อยอดองค์ความรู้เดิมจากยุคโซเวียต

“ งานนี้รวมอยู่ในโครงการอาวุธของรัฐ ซึ่งดำเนินการในนามของผู้นำกองทัพสูงสุด ตอนนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาแบบจำลอง แนวคิดดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปีที่แล้ว (2017)”

“ เวลาถูกตีกรอบโดยข้อกำหนดในวงรอบการพัฒนาเทคโนโลยี คือ 7-10 ปี ถ้าหากเราพิจารณาตามยุคสมัย นี่คือเครื่องบินยุคใหม่”

“ เรือบรรทุกเครื่องบินทุกลำจะต้องมีฝูงบินใหม่ ฉะนั้นจึงมีการใช้เทคโนโลยีต่างๆ ที่ทำให้เครื่องบินขึ้นลงได้ด้วยระยะทางที่สั้นหรือขึ้นลงในแนวดิ่ง”

บาริซอฟกล่าวว่า “ยาคอฟเลฟ” คือผู้รับงานนี้

“ นี่จะได้รับการสร้างสรรค์โดย “ยาคอฟเลฟ” ต่อจากเดิมที่เคยถูกระงับไปแล้ว”

งานนี้อยู่ภายใต้กรอบโครงการอาวุธปี 2018-2025

ช่วงสงครามเย็นมีหลายชาติรวมทั้งอเมริกาได้พยายามสร้างเครื่องบินขึ้นลงทางดิ่งแต่มีเพียง 2 ชาติที่ทำสำเร็จคือสหภาพโซเวียต(ยัค-38) และอังกฤษ(แฮริเออร์)

ยัค-38 นั้นสร้างขึ้นทั้งหมด 231 ลำ ในจำนวนนี้ 48 ลำได้สูญเสียจากเหตุการณ์ต่างๆ ต่อมาโซเวียตก็ได้สร้างรุ่นใหม่ขึ้นมาอีก คือ ยัค-141 ซึ่งเป็นเครื่องบินขึ้นลงทางดิ่งความเร็วเหนือเสียงรุ่นแรก มันได้เปิดตัวในงานแอร์โชว์ที่อังกฤษเมื่อปี 1992 แต่ด้วยเหตุผลหลายอย่างโครงการนี้จึงถูกระงับไปในปี 2000

ไม่เพียงแค่นั้น เมื่อช่วงกลางทศวรรษที่ 90 ยาคอฟเลฟ ยังได้มีการพัฒนาเครื่องบิน ยัค-201 และ ยัค-43 ขึ้นมาอีกซึ่ง 2 รุ่นนี้เอง คือต้นตอเทคโนโลยี F-35 ของอเมริกาในเวลาต่อมา

ข้อมูลหลายแห่งระบุว่ากลางทศวรรษที่ 90 ล็อกฮีด มาร์ติน ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือกับ ยาคอฟเลฟ ทำให้สหรัฐอเมริกาได้รับข้อมูลที่สำคัญที่เป็นพื้นฐานในการสร้างเครื่องยนต์ F-35B

https://russian.rt.com/…/547228-rossiya-samolyot…

By Ivan